หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ก็คือการออกใบกำกับภาษี ซึ่งหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นภาระ แต่หากผู้ขายสินค้าออนไลน์ไม่เคยมีมูลค่าของฐานภาษีถึง 300,000 บาท ในเดือนใดเลย ก็จะได้รับยกเว้นไม่ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท (ยกเว้นผู้ซื้อจะขอใบกำกับภาษี ก็ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อรายนั้น) โดยจะต้องจัดทำใบกำกับภาษีอย่างย่อที่รวมยอดขายที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องออกใบกำกับภาษีเหล่านี้ในแต่ละวันทำการ และลงรายการดังกล่าวในรายงานภาษีขาย แต่เมื่อมีเดือนใดมีมูลค่าของฐานภาษีแตะ 300,000 บาท สิทธิดังกล่าวจะหมดไปทันที และจะต้องกลับไปออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้า (สำหรับการขายสินค้าในลักษณะขายปลีก สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ แต่หากผู้ซื้อต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป ก็ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อรายนั้น)
การขายสินค้าออนไลน์ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่อาจสร้างรายได้มหาศาล แต่ผู้ที่จะหันมาประกอบอาชีพนี้จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ทางภาษี เพื่อให้เสียภาษีได้อย่างถูกต้องและประหยัดที่สุด ซึ่งเท่ากับเป็นความสำเร็จในการวางแผนรายได้ และการวางแผนภาษีนั่นเองครับ...
ขายสินค้าออนไลน์ ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้หรือไม่...?
ปัจจุบันช่องทางในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน Line, Facebook, Instargram แค่มีบัญชีและสินค้าก็สามารถโพสขายสินค้าได้แล้ว หรือจะขายผ่านผู้ให้บริการ Market place อย่างเช่น Shoppee หรือ Lazada ที่ให้บริการตั้งแต่โฆษณา วางระบบการขาย จ่ายชำระ ส่งสินค้า และรายงานยอดขายต่างๆให้ทราบได้ทันทีจากข้อมูลการซื้อและสถิติต่างๆเพื่อทำการตลาดได้
โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวจะมีการสมัครบัญชีผู้ใช้งานด้วยอีเมล หรือด้วยชื่อเดียวกับที่ใช้งานสื่อ social media ต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำหรับกิจการจดทะเบียนพานิชย์ ว่า กิจการสามารถใช้ชื่อผู้ใช้ นั้นในการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้หรือไม่ หรือมีแนวทางใดที่สามารถแสดงรายการภาษีขายได้ถูกต้อง
เนื่องจากการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปนั้นจะมีกฏหมายกำหนดว่าต้องแสดงชื่อ - สกุล ที่อยู่อาศัย และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอย่างชัดเจน กิจการจึงมีความกังวลว่าถ้าต้องการจะออก “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” ได้หรือไม่ ต้องซื้อเครื่องบันทึกเงินสดหรือไม่
ทั้งนี้กิจการได้มีการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถ ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ได้เช่นกัน ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการขายปลีกและการให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) และ (2) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 32) เรื่อง กำหนดลักษณะและหรือเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้า
ในลักษณะขายปลีกหรือประกอบกิจการให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมากให้เป็นกิจการค้าปลีกตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8เมษายน พ.ศ. 2535 บริษัทฯ จึงเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการค้าปลีกที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรได้
โดยรายละเอียดที่ต้องแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อมีดังนี้
ดังนั้นกิจการสามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ โดยการขายนั้นต้องเป็นการขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง หรือ บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นต้น
*กิจการมักเข้าใจผิดว่าถ้าต้องการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ ต้องขอสรรพากรก่อน ซึ่งจริงๆแล้วการแจ้งสรรพากรเพื่อขอออกใบกำกับภาษีอย่างย่อนั้นเป็นกรณีของการขอใช้เครื่องบันทึกเงินสดเพื่อขายและออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ ทั้งนี้สามารถปรึกษาแนวทางกับทางสรรพากรพื้นที่ของท่านเองเพิ่มเติมได้ครับ*